วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552


เรียนภาษาฝรั่งเศสที่เมืองปารีส
เพราะการเดินทาง คือหนทางแห่งการเรียนรู้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่สถาบันสป๊าคคาเฟ่ของเราเชื่อว่า การจะเรียน ภาษาให้ได้ผลที่สุด และง่ายที่สุดนั้น คือการไปเรียน ณ ยังประเทศเจ้าของภาษานั่นเอง เราอยากจะชวนคุณมาเรียนภาษาในแบบที่ดีที่สุดแบบข้างต้น ด้วยการเรียนภาษาฝรั่งเศสกับสถาบันของเราที่เมืองใดเมืองหนึ่งที่ฝรั่งเศสไม่ว่าจะเป็น ปารีส หรือ นีซ
หลักสูตรมาตรฐาน, หลักสูตรแบบเข้ม, หลักสูตรเดี่ยว, กลุ่มย่อย หรือ หลักสูตรสำหรับเตรียมสอบทางสถาบันก็มีจัดเตรียมไว้ให้ โดยไม่ว่าคุณคิดอยากจะเรียนหลักสูตรแบบเข้มระหว่างวันหยุด, เรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นงานอดิเรก หรือเรียนแบบจริงจัง คุณแน่ใจได้เลยว่า การเรียนภาษาฝรั่งเศสที่เมืองปารีสกับเรา จะทำให้คุณได้เรียนภาษาฝรั่งเศสอย่าง สนุกสนานและมีความสุขคุณก็จะมีโอกาสที่จะได้สัมผัสชีวิตประจำวันของผู้คน
และฝีกฝนในสิ่งที่คุณได้เรียนมาใน ห้องเรียนตลอดเวลา ณ ประเทศอันสวยงามนี้
ข้อมูลทั่วไป: ฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หากดูในแผนที่แล้วจะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายรูปหกเหลี่ยม อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กินอาณาบริเวณกว้าง การขอวีซ่า: เอกสารที่ต้องเตรียมนะคะ 1. รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 - 2 นิ้ว 2 ใบ 2. หนังสือเดินทางของท่านที่มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันเดินทาง3. สำเนาทะเบียนบ้าน4. สำเนาบัตรประชาชน5. ทะเบียนสมรส/ ใบหย่า (ถ้ามี)6. สำเนาสูติบัตร ในกรณีที่อายุไม่ถึง 20 ปี 7. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/ นามสกุล (ถ้ามี) 8. สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริงที่อัพเดทเป็นปัจจุบัน พร้อมสำเนา (ออมทรัพย์/ ประจำ ย้อนหลัง 6 เดือน)9. หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท หรือนายจ้าง ซึ่งจะต้องมีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่ทำ และมีการอนุมัติการลาพักร้อนมาด้วยนะคะ แต่ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทเอง จะต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนการค้ามาด้วยค่ะ10. กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่คุ้มครองท่านตลอดระยะเวลาการเดินทาง ตลอดจนในกรณีที่ต้องนำส่งกลับประเทศไทย วงเงินขั้นต่ำ 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1,500,000 บาท11. เอกสารรับรองห้องพักจากทางโรงแรมในฝรั่งเศส 12. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินที่ระบุวันเดินทางไป-กลับโดยชัดเจนv 13. สถานที่ที่จะไปเที่ยวในกลุ่มประเทศ Schengen (Itinerary) สถานทูตไทยในฝรั่งเศส: L'AMBASSADE ROYALE DE THAILANDE 8, Rue Greuze 75116 Parisโทร: (331) 5626 5050 แฟกซ์: (331) 5626 0445/46 เปิดทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.30 - 12.30 น. และ 14.30 - 17.30 น. ภาษาที่ใช้: ชาวฝรั่งเศสจะพูดภาษาของตัวเอง คือ ภาษาฝรั่งเศส ฉะนั้น การทำสัญญาใดๆ ก็ตาม เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การศึกษา จะต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก ปัจจุบัน ภาษาฝรั่งเศส มีคนนิยมใช้กันมากขึ้นอย่างเช่นใน สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา เป็นต้น ความแตกต่างของเวลา: เวลาของประเทศฝรั่งเศสจะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง เมื่อไปถึงแล้วอย่าลืมปรับนาฬิกาด้วยนะคะ สภาพอากาศ: นครปารีส อากาศจะอยู่ที่ประมาณ 12 องศาเซลเซียส แต่อาจจะไม่แน่นอนเสมอไป เพราะบางครั้งในกรุงปารีส ก็จะมีฝนตกตลอดทั้งปี หรือบางครั้งถ้าเป็นฤดูหนาว จะมีอุณหภูมิต่ำลงถึงประมาณ 3 องศาเซลเซียส เลยก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้น การเดินทางไปเมืองปารีส จะต้องเตรียมเสื้อผ้าไว้หลากหลายรูปแบบ พร้อมรับมือกับสภาพอากาศของฝรั่งเศสกันด้วยนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

1.แปลงระบบ FAT32 ให้เป็น NTFS ไปที่ start >run พิมพ์ Convert X: /FS:NTFS X คือ ไดร์ฟที่จะเปลี่ยน ระหว่าง ไดร์ฟ: กับ / ต้องมีเว้นวรรค แล้วกด ok แล้วจะมีการยืนยันกด yes ไปเรื่อยๆแล้วกด enter เพื่อ restart แล้วก็รอจะเข้า windows ใหม่ ก็เรียบร้อย 2.วิธี backup registry start>program>accessories>system tool เลือก backup จะปรากฏหน้าต่าง backup or restore คลิกที่ลิงค์ advance mode คลิกแถบ backup แล้วคลิกเลือกส่วน System State ดูด้านล่างตรง backup media or file name กำหนดว่าจะ backup ที่ไหน คลิก start backup แระstart backup จนเสร็จ 3.วิธี restore registry start>program>accessories>system tool เลือก backup จาปรากฏหน้าต่าง backup or restore คลิกที่ลิงค์ advance mode คลิกแถบ restore and manage media คลิกเลือก system state ที่ backup ไว้ คลิก start restore 4.หยุดการ auto run ของแผ่น cd ก่อน shift ค้างแล้วใส่แผ่น cd 5.ลบโปรแกรมที่มาพร้อมกับ win xp ออก โปรแกรมที่มากับ winxp จะไม่มีใน add remove ไปที่ start >setting>control panal>folder option เลือกแถบ view เลือก show hidden files....เพื่อให้ windows โชว์ไฟล์ทั้งหมด แล้วไปที่ start>run พิมพ์ inf หาไฟล์ sysoc.inf แล้วดับเบิ้ลคลิก จะเปิดมาใน notepad มองหาโปรแกรมที่จะลบ แล้วลบคำว่า hide ออกแล้ว save แล้วไปที่ add remove แล้วลบโปรแกรมที่จะเอาออก 6.วิธีลบ Shared Documents ออกจาก My Computer บางท่านคงไม่เคยใช้ประโยชน์จากโฟลเดอร์นี้เลย ครั้งอยากลบก็ลบเหมือนโฟลเดอร์ทั่วๆไปไม่ได้ รกตาเป็นบ้า ดังนั้นเรามาดูวิธีลบมันออกไปกันดีกว่า หุหุหุ ก่อนอื่นให้ไปที่ Start>Run แล้วพิมพ์ regedit จากนั้นให้เลือกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\ MyComputer\NameSpace\DelegateFolders จากนั้นให้มองหาคีย์ {59031a47-3f72-44a7-89c5-5595fe6b30ee} ลบคีย์ที่ว่านี้ออกไปซะ Restart เครื่องใหม่ซะ Shared Documents ก็จะหายไปจาก My Computer By KnifeRAin 7.เมื่อ keyboard เสีย เราสามารถใช้โปรแกรมที่มากับ winxp มาแก้ขัดก่อนได้ คือ on-screen keyboard ไปที่ start>run พิมพ์ OSK 8.เข้า winXp ไม่ต้องรอนาน โดยปกติเมื่อเปิดเครื่องเข้า winxp นานประมาณ 30 วินาทีอาจไม่ทันใจพวกเรานัก ไปที่ start>run พิม cmd มันจะขึ้นมาเป็น Dos พร้อม พิมพ์ bootcfg /timeout 5 แล้วกด enter แล้วลองเข้า winxp ใหม่ 9.โปรแกรม ค้าง ระหว่างการใช้งาน กด alt+ctrl+delete จะปรากฏหน้าต่าง window task manager เลือก application ดูว่าโปรแกรมไหนที่ not responting ก็ไปที่โปรแกรม แล้วกด end task 10.การทำให้ Notepad ไม่มี Scrollbar บางคนอาจจะงง จะทำให้มันไม่มีไปทำไม คำตอบคือ บางครั้งเวลาเปิดอ่านข้อความในโน๊ตแพด บางทีมันจะยาวไปทางขวามากๆ ทำให้เวลาอ่านต้องเลื่อนตามไป อ่านลำบากดีแท้ อันนี้ก็เป็นวิธีทำให้อ่านง่ายขึ้นอีกนิด วิธีก็ เข้าไปที่โปรแกรม NotePad แล้วไปที่ เมนู Format > Word Wrap เท่านี้มันก็จะเรียงให้ใหม่ By KnifeRAin 11.หลายครั้งที่เปิดหน้าต่าง IE ขึ้นมา มันจะใหญ่ๆเล็กๆ ไม่เท่ากันใช่มั้ย ต้องานั่งกดให้มันเต็มจอทุกครั้งดูแล้วน่ารำคาญ เรามีวิธีแก้ง่ายๆให้คุณ หุหุหุ 1. เข้าที่ Starts > Program > Internet Explorer คลิกขวาเลือก Properties 2. ที่หน้าต่าง Internet Explorer Properties ช่อง Run: คลิกเลือกให้อยู่ที่ Maximized แล้วคลิก OK By KnifeRAin 12.ติดจรวจในการเล่น internet ใน winxp การใช้ internet บางครั้งเร็ว บางครั้ง ขึ้นอยู่กับส่วนปะกอบหลายอย่าง วิธีนี้ก็ทำให้ internet เร็วขึ้นที่ถูกและเร็ว ^o^ ไปที่ start > run พิมพ์ gpedit.msc กด ok จะแสดงหน้าต่าง Group Policy ที่ computer config.. เลือก Administrative Templates หัวข้อ network เลือกที่ QoS Packet Scheduler มองหน้าต่างขวามือ ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwith จะปรากฏหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwith Propoties เลือกแถบ setting คลิกเลือกที่ช่อง Enable ในกรอบ Bandwith limit(%) ปรับเป็น 0 แล้วกด ok 13.เวลาเราใช้คำสั่ง Search (Start>Search) หาไฟล์ต่างๆในเครื่อง มันจะมีหมาน้อย ออกมาพูดแนะนำต่างๆใช่มะ หากเราเหม็นขี้หน้ามัน เราสามารถไล่มันไปได้ วิธีก็ดังนี้เลย ไปที่ Start>Search จากนั้นดูด้านล่าง จะเห็น Change preferances คลิกเข้าไปโลด คลิก Without an animeted screen character เท่านี้เจ้าหมาน้อย ก็จะเดินจากเราไปแบบงอนๆ By KnifeRAin 14.เร่งความเร็ว start menu ให้เร็วทันใจ ไปที่ start >run พิมพ์ regedit เลือก HKEY_CURRENT_USER\Control Panal\Desktop ดูกรอบขวามือ ดับเบิ้ลคลิก MenuShowDelay ปรากฏ edit string ในกรอบ value data ให้ใส่ไป 0 ไปเลย ถ้าอยากให้เร็วสุดๆ ^^ 15.error report ความผิดพลาดในการใช้ windows xp หรือโปรแกรมอื่นๆ เวลามันผิดพลาดจะปรากฏหน้าต่าง error report เพื่อแจ้งไปให้ไมโครซอฟได้รู้ แต่ถ้าจาปิดหน้า ต่างนี้ ก็ คลิกขวา my com > propoties เลือก advance คลิกปุ่ม error reporting คลิกเม้าที่หน้า disable error reporting กด ok 16.System Restore จะช่วยให้สามารถเรียกระบบ window ที่สมบูรณ์กลับคืนมาเมื่อ windows มีปันหา แต่ปันหาว่า มันกินพื้นที่ไปประมาณ 15% ของ HDD ถ้าเรามีเนื้อที่ม่ายพอ ก้อปิดการทำงานส่วนนี้ไปเลย คลิกขวา my com >propoties เลือกแถบ system restore เอาเครื่องหมายถูกหน้า turn off system restore ออก กด ok 17.ปรับขนาดของถังขยะ recycle bin เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน คลิกขวา recycle bin ไป propoties ปรับที่ตรง % จากเดิมมันจะเป็น 20% ก็ปรับเป็น 4 %ของ HDD จะก็สามารถเพิ่มพื้นที่ของ HDD ได้อีก 16% เลย ^o^ 18.ปรับแต่งโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำให้เร็วขึ้น ให้กดปุ่ม clrt + alt + delete ปรากฏกรอบ windows task manager เลือกแถบ processes เลือกโปรแกรมที่จะปรับแต่ง คือคลิกขวาที่โปรแกรม แล้วไปที่ set priority normal เป็นการทำงานปกติ ก้อปรับเป็น high ถ้าโปรแกรมเร็วเกินไปก้อไปที่ low เมื่อปรับแต่งเสร็จจะแจ้งเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงค่า ให้คลิก ok 19.มีบางคนใช้คอมฯ อยู่ดีๆแล้วรีสตาร์ทอัตโนมัติ สาเหตุก็เกิดจากโปรแกรมได้กำหนดค่าไว้ให้มีการรีสตาร์ทระบบอัตโนมัติเมื่อพบว่าระบบมีปัญหา วิธีแก้คือ คลิกขวา my com > propoties ที่กรอบ system propoties เลือกแถบ advance คลิกที่ setting จากกรอบ startup and recovery ที่กรอบ system failure ให้ติ๊กถูกที่ automatically restart ออก แล้วกด ok เพื่อยืนยัน หรือ นอนยัน 555


คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
คอมพิวเตอร์เบื้องต้นโลกปัจจุบันนี้เป็นโลกในยุคสารสนเทศไม่ว่าคุณจะทำอะไร หรือประกอบอาชีพอะไร ก็จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ทุกอย่าง พวกคุณทราบไหมว่าเตรื่องคอมพิวเตอร์คืออะไร เครื่องคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องมือสำหรับใช้แก้ปัญหา เป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์วึ่งรับเอาข้อมูลเข้าไปเก็ยไว้ เราข้อมูลเหล่านั้ไปจัดการประมวลผล และทำให้ได้ผลลัพธ์ออกมา เครื่องคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปมี 2 แบบคือ 1. อนาล็อกคอมพิวเตอร์ (analog computer) และ 2. ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ (digital computer) อนาล็อกคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่รับรู้ข้อมูลซึ่งเป็นสมบัติทางฟิสิกส์หรือทางกายภาพซึ่งทำติดต่อกันไป การแสดงผล(output) ของอนาล็อกคอมพิวเตอร์จะแสดงออกมาให้เราอ่านได้บนหน้าปัด หรือแสดงออกมาเป็นกราฟ เช่น วัแรงดันไฟฟ้าเป็น โวลต์ (voltage) วัดความกดดันเป็นบรรยากาศ(atmosphere) วัดความเร็ว(speed) เป้นกิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือวัดอุณหภูมิออกมาเป็นองศาเซลเซียล หรือฟาเรนโฮต์ ตัวอย่างของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก เช่น เทอร์โมสแตตของเตาอบ เป็นต้น ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเร็วสูง สามารถใช้โปรแกรม (program) หรือคำสั่งบังคับควบคุมได้ สามารถคำนวณค่าทางคณิตศาสตร์ สามารถเปรียบเทียบค่าต่าง ๆ แลสามารถเก็บผลลัพธ์เอาไว้ได้ มันสามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยการแยกความแตกต่างของสัญญาณของแรงดันไฟฟ้าระหว่างแรงดันสูง(เปิด=on) กับแรงดันไฟฟ้าต่ำ (ปิด=off) เรื่องคอมพิวเตอร์ที่จะกล่างถึงต่อไปนี้จะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์ชนิด ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประโยชน์และเหมาะที่จะใช้กับงานทั่ว ๆ ไปมากกว่าแนวคิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และคอมพิวเตอร์คืออะไร เดิมมนุษย์เราอาศัยการนับจำนวนสัตว์เลี้ยงด้วยก้อนหิน ต่อมาได้มีการจดบันทึกบนกระดาษและมีการทำเป็นสถิติเก็บเป็นฐานข้อมูล มีการใช้เครื่องคิดเลขคำนวณค่าต่าง ๆ จากข้อมูลเพื่อนำมาช่วยตัดสินใจ เมื่อมีตัวอักษรก็สร้างเครื่องพิมพ์ดีด(ค.ศ. 1874 Philo Remington) เพื่อพิมพ์เอกสารแทนการขีดเขียน สื่อสารกันทำให้สะดวก และได้ข้อมูลครบถ้วน จนปัจจุบันได้นำโปรแกรมประมวลคำ (Wordprocessor) มาใช้พิมพ์งาน และเอกสารแทนการขีดเขียน เริ่มมีการทำบัญชี เมื่อมีการค้าขายเจริญรุ่งเรื่องขึ้นต้องมีการคำนวณตัวเลขหลายหลัก และซับซ้อน ทุกอย่างเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า แต่การทำงานยังขาดประสิทธิภาพทำให้เกิดความล่าช้า และข้อผิดพลาดมาก จึงมีผู้คิดเครื่องมืออันทันสมัยเพื่อมาช่วยงานที่มี ขั้นตอนซ้ำ ๆ กัน มีความซับซ้อน หรือต้องใช้แรงงานคนมากมาย ซึ่งเครื่องมือชนิดนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน จนปัญหาต่าง ๆ ที่กล่างมาได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว และทำให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรื่องได้รวดเร็วอย่างมากดังที่เป้ฯอยู่ในปัจจุบัน เครื่องมือชนิดนี้ก็คือ คอมพิวเตอร์เมื่อนำคอมพิวเตอร์มาจัดการงานเหล่านี้ จะสามารถทำให้งานเสร็จรวดเร็ว ผลลัพธ์ถูกต้อง น่าเชื่อถือ ให้แรงงานมนุษย์น้อยลง ทำให้มนุษยืว่างพอที่จะใช้เวลาที่เหลือพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ได้อีกมากมาย คำว่า "Computer" มาจาภาษาลาตินว่า computare หมายถึงเครื่องคำนวณแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เรียกกันว่า "สมองกล" หมายถึง Electronic & Computer ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้สามารถทำการรับข้อมูล (Data) ที่ป้อนเข้าไปพร้อมคำสั่ง (Program) เพื่อนำไปปฎิบัติงานตามที่ต้องการ "คอมพิวเตอร์" คือเครื่องมือทันสมัยที่ถูกพัฒนาโดยมนุษย์เพื่อช่วยงานของมนุษย์ งานเหล่านี้มักเป็นงานที่มีขี้นตอนซ้ำ ๆ มีปริมาณมาก หรือมีลักษณะสลับซับซ้อนยุ่งยากและต้องใช้แรงงานคนมากมาย ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันในปัจจุบัน เป็นวิวัฒนาการของเครื่องนับและเครื่องคำนวณในยุคแรก ๆ โดยเครื่องมือชิ้นแรกสุดที่มนุษย์ใช้ในการคำนวณต่าง ๆ เรียกว่าลูกคิด (ABACUS) ซึ่งชาวจึน ชาวโรมัน ชาวอาหรับ และชาวบาบิโลเนีย ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาใช้จนกระทั่งถึงปัจจุบัน B.C. 3000 เริ่มการนับ และการขีดเขียนบนผนังถ้ำ B.C. 2000 ชาวจีนประดิษฐ์ ลูกคิด (Abacus) ค.ศ. 1617 จอห์น เนเปียร์ (John Napier) คิดอุปกรณ์ที่ใช้ช่วยการคูณ หาร หรือถอดกรณฑ์ ให้ง่ายขึ้น ชื่อว่า Nepier's bones ค.ศ. 1630 วิลเลี่ยม ออตเทรต (William Augrred) คิดสไลด์รูล (Slide Rule) ซึ่งต่อมาเป็น พื้นฐานของคอมพิวเตอร์แบบอนาลอก ค.ศ. 1642 เบลส์ ปาสคาล (Blaise Pascal) คิดเครื่องบวกเลขสร้างจาฟันเฟือง 8 ตัวเป็น รากฐานของการพัฒนาเครื่องคำนวณ ค.ศ. 1671 กอทฟริต ฟอร ลิปนิซ (Gottfried Von Leibnitz) คิดครื่อง Leibnitz Calculating Machine เป็นเครื่องกลไกที่ใช้คูณหารได้ ค.ศ. 1745 โจเซฟ แมรี่ แจคคาร์ด (Joseph Marie Jacquard) คิดเครื่องทอผ้า โดยใช้คำสั่งจากบัตรเจาะรู ซึ่งถือเป็น เครื่องที่ใช้โปรแกรมเครื่องแรก ค.ศ.1822 ชาร์ล แบบเบจ (Charles Babbage) คิดเครื่องหาผลต่าง (Difference Engine) เพื่อใช้คำนวณและพิมพ์ค่าทางตรีโกณมิติ ค.ศ. 1830 ชาร์ล แบบเบจ (Charles Babbage) คิดเครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) โดยแบ่งการทำงานของเครื่องได้ เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเก็บข้อมูล ส่วนควบคุม และส่วนคำนวณ มีข้อมูลในบัตรเจาะสามารถคำนวณโดยอัตโนมัติและเก็บผลลัพธ์ในหน่วยความจำก่อนที่จะพิมพ์ออกทางกระดาษ แต่เครื่องที่เขาคิดนั้นก้าวหน้าเกินไป จึงสร้างไม่สำเร็จแต่หลักการและแนวคิดได้ถูกนำมาสร้างเครื่องที่คอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เราจึงยกย่องเขาว่าเป็นบิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์ เอดา ออกุสตา (Ada Augusta) ผู้ช่วยเหลือ Babbage ออกความเห็น เขียนคำสั่ง และวิธีใช้เครื่องนี้แก้ปัญหาดังนั้นจึงได้รับการยกย่องให้เป็น โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก
แหล่งอ้างอิง : ิิินางสาวสุกัญญา อ่อผา นักศึกษาปริญญาตรี 4 ปี เอกคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
(Microsoft Windows)
เนื้อหาจะเป็นการแนะนำ การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ต่าง ๆ ที่จำเป็น ตั้งแต่การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ การจับเม้าส์ การกดปุ่มบนเม้าส์ ตลอดจนการเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ขึ้นมา การปิดโปรแกรมต่าง ๆ เมื่อไม่ใช้งาน การแก้ไขเครื่องในกรณีเครื่องเกิดอาการ Hang การปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้อง
การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
1. ตรวจสอบปลั๊กเสียก่อนว่า เสียบเรียบร้อยดีหรือไม่
2. ที่จอภาพ กดสวิทซ์ เพื่อเปิดจอภาพ
3. ที่ CPU. ด้านหน้า จะมีสวิทซ์ เพื่อเปิดเครื่อง (กดเบา ๆ )
4. เมื่อเปิดเครื่องแล้ว รอสักครู่ ที่จอภาพจะมีข้อความเพื่อตรวจสอบระบบต่าง ๆ
5. จากนั้น จะมีเสียง 1 ครั้ง
6. ที่หน้าจอภาพจะขึ้นคำว่า Windows เป็นการเริ่มต้นการใช้เครื่อง เพราะเครื่องจะต้องเรียกโปรแกรมควบคุมเครื่องที่ชื่อว่า Windows เสียก่อน (จะใช้เวลาประมาณ 3 นาที)
7. จากนั้นหน้าจอภาพจะมีโปรแกรมต่าง ๆ อยู่ด้านซ้าย และด้านล่างจะมีแถบ Task Bar ให้เราทำงานได้
การเลิกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
1. คลิ๊กที่ปุ่ม Start
2. เลื่อนมาคลิ๊กที่คำสั่ง Shut Down
3. คลิ๊กปุ่ม Ok
4. รอสักครู่เครื่องจะเริ่มทำการปิดระบบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์
5. จากนั้นเครื่องจะดับเอง
6. ยกเว้น จอภาพ ให้กดสวิทซ์ ปิดจอด้วย

ส่วนประกอบของหน้าจอภาพเมื่อเข้าสู่วินโดวส์เรียบร้อยแล้ว
1. ส่วนที่เป็นภาพฉากหลัง เราเรียกว่า ส่วนพื้นจอภาพ (Desk Top)
2. ด้านซ้ายของจอภาพ ส่วนที่เป็นรูปภาพ และมีคำบอกว่าเป็นโปรแกรมอะไร เรียกว่า (Icon) ลักษณะจะเป็นโปรแกรมต่าง ๆ ที่วินโดวส์ จะนำมาไว้ที่จอภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นโปรแกรมที่ถูกเรียกใช้บ่อย ๆ
3. ด้านล่างของจอภาพที่เป็นแถบสีเทา เราเรียกว่า (Task Bar) เป็นส่วนบอกสถานะต่าง ๆ โดยที่ด้านขวาของ ทาสบาร์ จะบอกเวลาปัจจุบัน สถานะของแป้นพิมพ์ว่า ภาษาไทย หรือ อังกฤษ โปรแกรมที่ถูกฝังตัวอยู่ ส่วนแถบตรงกลางจะใช้บอกว่า ขณะนี้เราเปิดโปรแกรมอะไรใช้งานอยู่บ้าง ด้านซ้ายของจอภาพ จะมีปุ่ม Start ใช้ในการเริ่มเข้าสู่โปรแกรมต่าง ๆ
การกดปุ่มบนเม้าส์ (Mouse) เม้าส์ในปัจจุบันจะมี 2 ปุ่ม ซ้าย และขวา ส่วนถ้าเป็นแบบล่าสุด จะมีปุ่มคล้าย ๆ ล้ออยู่ตรงกลางเพื่อใช้ในการเลื่อน ขึ้น และ ลง บนหน้าจอภาพ (Scroll Bar) ในการกดปุ่มบนเม้าส์นั้น จะมี
วิธีกดปุ่มบนเม้าส์อยู่ทั้งหมด 4 วิธีคือ
1. คลิ๊ก (Click) คือการใช้นิ้วชี้กดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ 1 ครั้ง ใช้ในการเลือกสิ่งต่าง ๆ บนจอภาพ
2. ดับเบิ้ลคลิ๊ก (Double Click) คือการใช้นิ้วชี้กดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ 2 ครั้ง ติดกันอย่างเร็ว ใช้ในการเปิดโปรแกรมที่อยู่ด้านซ้ายของจอภาพ
3. แดร๊ก (Drag) คือการกดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ ค้างไว้ แล้วลากเม้าส์ ใช้ในการย้ายสิ่งต่าง ๆ
4. คลิ๊กขวา (Right – Click) คือการใช้นิ้วกลาง กดปุ่ม ขวา ของเม้าส์ 1 ครั้ง ใช้ในการเข้าเมนูลัดของโปรแกรม (Context Menu)
การเปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้งาน เช่น ต้องการเปิดโปรแกรมเครื่องคิดเลข (Calculator)
1. คลิ๊กที่ปุ่ม Start ตรงแถบทาสบาร์ด้านล่างซ้ายมือ
2. เลื่อนเม้าส์เพื่อให้ลูกศรที่จอภาพ ชี้ที่คำว่า Program ตรงนี้ชี้ไว้เฉย ๆ ครับ ไม่ต้องคลิ๊กเม้าส์
3. เลื่อนเม้าส์ไปทางขวา ในแนวนอนก่อน แล้วเลื่อนขึ้นไปที่คำว่า Accessories ไม่ต้องคลิ๊กเม้าส์
4. เลื่อนเม้าส์ไปทางขวา ในแนวนอนอีก แล้วเลื่อนลงมาที่คำว่า Calculator
5. จากนั้นจับเม้าส์ให้ นิ่ง ๆ คลิ๊กเม้าส์ 1 ที (คือการกดปุ่ม ซ้าย ของเม้าส์ 1 ครั้ง)
6. กรอบต่าง ๆ จะหายไป แล้วเครื่องจะเปิดหน้าต่าง เครื่องคิดเลขขึ้นมา ถือว่าเสร็จขึ้นตอนการเปิดโปรแกรมเครื่องคิดเลข ขึ้นมาใช้งาน ครับ
การปิดโปรแกรม เครื่องคิดเลข
1. ที่หน้าต่างเครื่องคิดเลข (Calculator) ตรงด้านบน ขวา มือจะมีปุ่มอยู่ 3 ปุ่ม
2. ให้เลื่อนเม้าส์ ไปที่ปุ่มที่ 3 ทางขวามือ (ปุ่มจะเป็นรูป กากบาท X ) เมื่อเลื่อนเม้าส์ไปวางจะมีคำว่า Close
3. คลิ๊ก 1 ครั้ง เครื่องก็จะปิดหน้าต่างโปรแกรมเครื่องคิดเลขไป
การขยายหน้าต่างของโปรแกรมให้เต็มจอภาพ (Maximize)
1. ที่หน้าต่าง ด้านบน ขวามือ ให้คลิ๊ก ปุ่มที่สอง เครื่องจะมีข้อความขึ้นมาว่า Maximize (แต่ถ้าหน้าต่าง ถูกขยายขึ้นมาอยู่แล้ว คำจะเปลี่ยนเป็น Restore ถ้าคลิ๊กลงไปจะกลายเป็นหน้าต่าง ขนาดปกติครับ)
2. จากนั้นเครื่องจะขยายหน้าต่างให้เต็มจอ ส่วนใหญ่เราจะขยายหน้าต่างให้เต็มจอเพื่อให้เห็นรายละเอียดในหน้าต่างมากขึ้นครับ
การลดขนาดหน้าต่างเป็น Icon ลงใน ทาสบาร์ หรือ การซ่อนหน้าต่าง (Minimize)
1. ที่หน้าต่าง ด้านบน ขวามือ ให้คลิ๊กปุ่มที่เป็นขีด ลบ ถ้าเลื่อนเม้าส์ไปวางจะขึ้นคำว่า Minimize
2. คลิ๊กลงไป 1 ครั้ง เครื่องก็จะซ่อนหน้าต่าง ลงไปไว้ด้านล่างตรงทาสบาร์
3. ที่ทาสบาร์จะมีคำเป็นลักษณะปุ่มเขียนว่า ซ่อนโปรแกรมอะไรไว้
4. แต่ ถ้าอยากเรียกขึ้นมาใช้งานตามเดิม ให้คลิ๊กที่ปุ่มด้านล่างที่ทาสบาร์ที่เราซ่อนเอาไว้ เครื่องก็จะเปิดหน้าต่างโปรแกรมที่เราซ่อนเอาไว้ ขึ้นมาใช้งานได้ตามเดิม
การปิดโปรแกรมที่ทำให้เครื่องเกิดอาการแฮงค์ (Hang) อาการแฮงค์ คืออาการที่เราอาจจะเปิดโปรแกรมขึ้นมาหลายโปรแกรม แล้วทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานไม่ทัน หรือเราอาจจะคลิ๊กเม้าส์หลายครั้ง ในขณะที่เครื่องกำลังประมวลผลอยู่ จนเครื่องทำงานไม่ทัน เลยเกิดอาการแฮงค์ ซึ่งอาการแฮงค์นี้จะทำให้เราไม่สามารถคลิ๊กอะไรที่จอภาพได้เลย วิธีการแก้ไขเบื้องต้นคือ
1. ที่แป้นพิมพ์ ให้เรากดปุ่ม Ctrl + Alt ค้างไว้ แล้วอีกมือหนึ่ง กดปุ่ม Delete แล้วปล่อย
2. เครื่องจะขึ้นหน้าต่าง Task Manager ขึ้นมา
3. จากนั้น เราคลิ๊กที่โปรแกรมที่เราคิดว่าทำให้เครื่องแฮงค์
4. ด้านล่าง คลิ๊กที่ปุ่ม End Task เครื่องจะปิดโปรแกรมนั้นทิ้งไป
5. ถ้าไม่มีการปิดโปรแกรมอื่นอีก ก็ให้เลือกปุ่ม Cancel ออกมา


http://www.dopa.go.th/iad/subject/intro2.htm

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บล็อกคืออะไร

Blog คืออะไรเขียนโดย เก่ง ในหมวด Blog MarketingSep 30th, 2005 20 ความคิดเห็น
google_protectAndRun("render_ads.js::google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);
มารู้จักความหมาย ของประโยคคำถาม ที่มักจะมีคนถามผมบ่อย ๆ เวลาไปบรรยายตามที่ต่าง ๆ ว่า “Blog คืออะไร” กันดีกว่าครับ
Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก
(Blog)
ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเ�� ทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเ�� ท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเ�� ท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิต�� ัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหาในประเ�� ทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้น
ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจาก การเขียนเป็นงานอดิเรก ของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูล ตั้งแต่เรื่องการเมือง ไปจนกระทั่ง เรื่องราวของการประชุม ระดับชาติ
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ ที่สำคัญอย่างแท้จริง
www.may27.co.th